fbpx

สัมภาษณ์พูดคุยกับ มล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล บอส Ducati มีอะไรน่าสนใจในปีนี้อีกบ้าง

0

เมื่อวันงานเปิดตัว Ducati Hypermotard 939 สัปดาห์ผ่านมา MotoRival เราได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหาร มล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล Ducati ถึงความภาพรวมของแบรนด์ในปีนี้ด้วย ซึ่งเราขอมาอัพเดทข้อมูลส่งต่อให้เพือนๆ สาวกค่ายแดงอิตาลี กันด้วยครับ

Ducati-M821-M821_12
เริ่มต้นกันที่ยอดขายของ Ducati ในปีที่แล้วกันก่อนเลย
หากเทียบการจัดอันดับรถ Bigbike แล้ว Ducati จะรั้งอันดับที่ 3 รองจาก Honda และ Kawasaki
โดยยอดจองรถ Ducati ปีที่แล้วอยู่ที่ราว 2,000 คัน โมเดลขายดีของ Ducati นั้นยังเป็นไลน์อัพ Monster ซึ่ง Monster 821 ยังคงยอดขายดีที่สุด เนื่องจาก ตระกูล Monster ถือเป็นโมดลเอกลักษณ์ของ Ducati เลยก็ว่าได้ พร้อมด้วยแคมเปญที่น่าสนใจอย่าง Worry Free 2 ปี ช่วยให้ลูกค้าสบายใจได้ ไม่ต้องกังวลกับการบำรุงรักษาในช่วง 2 ปี หรือ 25,000 กม.
ขณะที่ปีนี้แม้สภาพเศรษฐกิจจะยังไม่ฟื้นตัวดีขึ้น แต่ทาง Ducati ยังมองบวก คาดยอดจองโดยรวมช่วงสิ้นปีนี้น่าจะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว จากโมเดลใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้ พร้อมแคมเปญและโปรโมชั่นที่น่าสนใจ

ในส่วนของลำดับยอดขายของแบรนด์ Ducati ในปีนี้ น่าจะตกเล็กน้อยไปอยู่ที่ 4-5 เนื่องจากทาง Yamaha และ Triumph ได้ดันขึ้นยอดขายขึ้นมา เนื่องจากในปีที่แล้วทั้ง 2 แบรนด์ได้แนะนำโมเดลใหม่ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ทั้งคู่มียอดขายที่ดีขึ้นในปีนี้

Interview-K-Kong-Ducati_2
ทางเราได้ยิงคำถามในประเด็นที่ว่า Ducati ได้รับผลกระทบจากแบรนด์ยุโรปอื่นที่ทำราคาขายประกอบในประเทศ (CKD) หรือไม่?
มล.ณัฐสิทธิ์ ได้ให้ความเห็นว่า Ducati นั้นไม่ได้รับผลกระทบจากสาเหตุนี้มากนัก เนื่องจากรถแต่ละแบรนด์จะมีกลุ่มลูกค้าเป็นของตนเอง ซึ่งจะไม่ทับไลน์แย่งลูกค้ากันเอง อย่างเช่น
Triumph ที่จะเน้นรถสไตล์คลาสสิค
BMW ที่เน้นตระกูล GS Adventure เอาใจขาลุย และคอสปอร์ต
ขณะที่ Ducati เราก็จะมีกลุ่มผู้ใช้รถที่หลากหลายกว่า ทั้ง Monster, Scrambler, Panigale, Hyper, Multistrada, Diavel ซึ่งไม่ทับไลน์กับทั้ง 2 แบรนด์เบื้องต้น

รีวิว-Ducati-Monster-821-(M821)_53ต่อเนื่องมาที่ประเด็น Jtepa (ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น) ที่ภาษีนำเข้ารถจะเหลือ 0% ในปีหน้า จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อรถ Ducati ของผู้บริโภคหรือไม่
มล.ณัฐสิทธิ์ มองว่า เนื่องจากปัจจุบันนี้ ราคารถนำเข้าจากญี่ปุ่นมีราคาลดลงจากเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันนี้จะเหลือภาษีนำเข้าอยู่ราว 3% เท่านั้น ซึ่งในปีหน้าจะลดจาก 3 เป็น 0 ซึ่งคาดว่าราคาคงจะไม่ลงไปกว่านี้อีกมากนัก ซึ่ง Ducati คงไม่เน้นต่อสู้ในด้านราคากับรถญี่ปุ่นนำเข้าอยู่แล้ว เพราะส่วนหนึ่งกลุ่มลูกค้าต่างกัน รวมไปถึงกลุ่มลูกค้าที่มี Brand Royalty ที่ภักดีในแบรนด์ก็จะแตกต่างกันไปอยู่แล้วด้วย
หากมองว่าค่ายยุโรปที่อาจได้รับผลกระทบมากกว่า น่าจะเป็นทาง Triumph เนื่องจากลูกค้าเป็นกลุ่มคอคลาสสิค ซึ่งลูกค้าในกลุ่มนี้มักจะถือครองรถเป็นระยะเวลายาวนาน และไม่ค่อยอัพเกรด หรือ อัพ cc มากเท่ากลุ่มสปอร์ต หรือสาย Touring Adventure นัก

Scrambler-in-the-city_24
สำหรับในประเด็นที่ลูกค้าพูดถึงเรื่องการรับมอบรถช้าในบางโมเดลนั้น
ส่วนหนึ่งมาจาก ไลน์การผลิตจากโรงงานในประเทศไทยจะช้ากว่าที่อิตาลีราว 4-5 เดือน
เหตุผลสำคัญ คือมาตรฐานของการตรวจสอบคุณภาพ QC ที่ต้องใช้เวลานาน เนื่องจากนโยบายของบริษัทที่มีการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด จึงอาจส่งผลให้ลูกค้าอาจรับรถช้าเล็กน้อย
ซึ่งลูกค้า Ducati ทุกท่านมั่นใจได้ว่า จะได้รถที่มีคุณภาพงานไม่แพ้ Plant การประกอบจากโรงงานแห่งอื่น

ซึ่งโมเดล Scrambler Sixty2 นี้ได้เริ่มส่งมอบไปเมื่อเดือนที่แล้ว ให้แก่ลูกค้าที่สั่งจองในล๊อตแรกตั้งแต่การเปิดตัวเมื่องาน 2015 Motor Expo ปลายปีที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อย และจะทยอยส่งรถต่อเนื่อง

Interview-K-Kong-Ducati_1แล้วอีกครึ่งปีหลังของปีนี้ 2016 จะมีโมเดลอะไรใหม่ อีกหรือไม่?
มล.ณัฐสิทธิ์ ได้แย้มบอกเราว่า ปลายปีนี้ทาง Ducati จะมีเซอร์ไพรส์เปิดตัวรถโมเดลใหม่ครั้งแรกในโลกที่อิตาลีช่วงปลายปี และ Ducati Thailand จะเปิดตัวโมเดลนี้ต่อเลยในประเทศไทย
ซึ่งโมเดลนี้ จะเป็นโมเดลที่น่าสนใจมาก จนต้องร้อง Wow เนื่องจากทั้งโมเดล และราคานั้นน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว แฟนๆ ต้องรอติดตามกันเลยว่าจะเป็นโมเดลอะไร

Scrambler-in-the-city_10
ขณะที่การจัดกิจกรรมกับทางลูกค้า ก็ยังมีการจัดกิรรมให้กับทางลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งกิจกรรมเสริมทักษะการขับขี่ DRE
จัดทริปท่องเที่ยว แบบค้างคืน หรือ 1 Day Trip อย่างกิจกรรม CSR Ducati Ride for Nature เมื่อเดือน เมย. ที่ผ่านมา
หรือ กิจกรรมที่ผ่านมาล่าสุด Scrambler in the City
นอกจากนี้ยัง มีการจัดแพคเกจทัวร์ World of Ducati 2016 ซึ่งฉลอง 90 ปี ของ Ducati ในปีนี้ ที่ Misano ต้นเดือน หน้า กค. อีกด้วย
รวมไปถึงการจัดกิจกรรมดู MotoGP ที่ Sepang โดยมีการจองตำแหน่ง Grand Stand ถึง 1000 ที่นั่งอีกด้วย

Ducati-Hypermotard-939-Launch_19
มล.ณัฐสิทธิ์ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมทิ้งท้าย ถึงประสบการณ์ที่ได้ลองขี่ Ducati 939 Hypermotard มาก่อนหน้านี้ด้วยว่า “Hypermotard 939 ขี่สนุกกว่า 821 มาก เนื่องจากทอร์คมาดีขึ้น แรงบิดมาแบบติดมือ และระบบ Oil Cooler ที่เพิ่มเข้ามา ช่วยรักษาระดับความร้อนน้ำมันเครื่องโดยรวม ทำให้ความร้อนนั้นน้อยกว่าโมเดล 821 เล็กน้อย”

อ่านบทสัมภาษณ์อื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านข่าว Ducati เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author

Background EXP in Automotive journalists more than 10 Years Writer & Test Driver @Pantip Garage 2018-Present @9carthai 2015- 2017 @Torque & VIPStyle Magazine 2015 @Autospinn 2012-2015 @GTmania.tv 2009-2010